kanchanaburi_saiyok

เคยคิดมั้ยว่า วันหยุดพักผ่อนจากการทำงานในวันเสาร์ อาทิตย์
อยากจะไปหยุดชาร์ตแบตชาร์ตพลังชีวิตที่ไหนซักแห่ง แต่อยากจะไปที่ใกล้ๆ
ไม่ต้องขับรถไปไกล มีที่เที่ยวหลากหลาย มีที่ถ่ายรูปชิคๆคูลๆ
สามารถไปได้ทั้งครอบครัว หรือจะพาน้องๆเด็กๆไปเรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียน
คราวนี้คงไม่ต้องใช้เวลาคิด 3 วินาที เพราะใบ้มาถึงตรงนี้หลายคนคงมีคำตอบในใจ
แหล่งเรียนรู้ใกล้กรุงที่ผมจะพาหลานๆไปนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลา
หาอดีตของอำเภอที่หลายคนคุ้นชื่อ เพราะถ้าเอ่ยชื่อขึ้นมาทุกคนจะร้องอ๋อออ!!!
เพราะที่นี่คือ…“ไทรโยค” เราจะหนีกรุง นั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีต
ตามผมกับหลานๆไปย้อนเวลาหาอดีตของอำเภอที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
แต่กลับ (เกือบ) ถูกลืมในปัจจุบัน…
“หนีกรุงไปเที่ยวกาน (กาญจนบุรี) ไทรโยค ดินแดนแห่งความหลัง”
kanchanaburi_saiyok“ไทรโยค” ชื่อนี้ได้มาจากในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยคน้อย
ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีชื่อ พระองค์ได้ทอดพระเนตรและเห็นต้นไทรที่ขึ้นอยู่ริมธารจึงตั้งชื่อ น้ำตกไทรโยคน้อย
และเมื่อได้มีการจัดตั้งอำเภอขึ้นจึงตั้งชื่ออำเภอตามชื่อน้ำตกไทรโยค
สถานที่ท่องเที่ยวของไทรโยคมีทั้งทางธรรมชาติอย่างน้ำตกไทรโยค ล่องแพแม่น้ำแคว
หรือจะเป็นท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบที่ผมพาหลานๆไปในครั้งนี้
จาก กทม ขับรถมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 2 ชม.
สถานที่แรกที่ผมได้แวะให้เด็กๆได้เที่ยวก่อนเลยคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว

“สะพานข้ามแม่น้ำแคว” เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ
สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่
ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ หลายหมื่นคน
และกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดีย อีกจำนวนมาก มาสร้างทางรถไฟ
เพื่อเป็นเส้นทางผ่านสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่
จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้ เต็มไปด้วยความยากลำบาก
ความทารุณของสงครามและโรคภัย ตลอดจนการขาดแคลนอาหาร
ทำให้เชลยศึกหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ><
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokถึงอากาศจะร้อนแค่ไหน แต่เด็กๆก็ไม่หวั่น ^^
นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามบนสะพานแห่งนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันได้มีรถไฟใช้วิ่งบนรางนี้อยู่
เป็นขบวนรถไฟประจำ ธนบุรี-น้ำตก หรือ
ขบวนรถนำเที่ยวพิเศษ กรุงเทพ-น้ำตก (มีเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์)
สามารถเช็ครอบเวลารถไฟได้จากลิ้งนี้ -> ตารางเวลาเดินรถไฟ
แล้วลงที่ สถานีสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งสถานีอยู่ที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำพอดี
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะพานข้ามแม่น้ำแควเดิมได้รับความเสียหาย
และรัฐบาลไทยได้ซ่อมแซมใหม่ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง จนสามารถใช้งานได้ดังเดิม
ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโครงสะพานเดิมนั้นจะเป็นเหล็กโค้ง
ส่วนที่โครงเป็นสี่เหลี่ยมนั้นมาจากการซ่อมแซมหลังเสียหาย
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokปัจจุบันสะพานแห่งนี้ได้ถูกยกย่องให้เป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ”
และได้มีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว
ซึ่งจัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี
เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
มีการแสดง นิทรรศการในทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี การแสดงพื้นบ้าน
การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และการแสดง แสง สี เสียง บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควด้วยครับ
kanchanaburi_saiyokสถานีต่อไป ถ้ำกระแซ และทางรถไฟสายมรณะ
ขับรถต่อจากสะพานข้ามแม่น้ำแควมาประมาณ 45 กม. มุ่งสู่ที่หยุดรถไฟถ้ำกระแซ
เป็นที่หยุดรถของทางรถไฟสายมรณะ บริเวณสะพานถ้ำกระแซ

“ถ้ำกระแซ” เป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับสงครามโลกครั้งที่ 2
เนื่องจากเป็นถ้ำที่อยู่ติดกับบริเวณการสร้างเส้นทางรถไฟที่เป็นช่วงหน้าผาพอดี
ซึ่งเป็นจุดที่สร้างยากและเชื่อกันว่าจุดนี้ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดของเส้นทางรถไฟ
อีกทั้งในอดีตยังเคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokถ้ำกระแซ เป็นถ้ำขนาดเล็ก สามารถเข้าไปไหว้พระขอพรหลวงพ่อถ้ำกระแซ
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ใกล้เคียงให้ความนับถือ
รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาที่นี่ต่างก็ไม่พลาดที่จะมาไหว้พระขอพรกัน
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokและจุดไฮไลท์ของที่นี่เลย คือ การเดินบนเส้นทางรถไฟสายมรณะ ที่มีความยาวกว่า 400 เมตร
บนหน้าผา เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในลำน้ำแควน้อย และมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
ใครมาเที่ยวเส้นทางรถไฟสายน้ำตกแล้วไม่ผ่านมาที่จุดนี้ ถือว่ามาไม่ถึงก็ว่าได้ ^^
kanchanaburi_saiyok“ทางรถไฟสายมรณะ” ตอนเด็กๆผมจำความได้ว่าการนั่งรถไฟผ่านตรงนี้มันเสียวขนาดไหน
สะพานไม้เก่าๆ รถไฟวิ่งช้าๆ นักท่องเที่ยวหลายคนตื่นตากับภาพเหตุการณ์นั้น
มาตอนนี้ผมได้มีโอกาสนำหลานตัวน้อยของผมได้มาสัมผัสประสบการณ์จริง
เพียงแต่ไม่ได้ขึ้นไปนั่งในขบวนรถไฟที่ว่า แต่ได้พามาเดินบนรางรถไฟ บนเส้นทางสายมรณะ
*** ข้อควรระวัง ***
ควรเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ ห้ามกระโดด หรือวิ่งบนรางรถไฟ และควรระมัดระวังตอนเดินบนรางรถไฟ
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokการสร้างทางรถไฟสายนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากและสาเหตุที่ทำให้คนตายเยอะขนาดนี้
มาจากการขาดแคลนอาหารที่เชลยจะได้กินเพียงข้าวเพียงเล็กน้อย แพทย์ก็ไม่พอ
และยังได้รับการปฏิบัติอย่างป่าเถื่อนจากผู้คุมเชลยศึก และผู้ควบคุมทางรถไฟ
จนกระทั่งก่อสร้างเสร็จใช้ระยะเวลาทั้งหมด 17 เดือน สร้างความยินดีให้กับทหารญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
แต่ก็ต้องสูญเสียชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนมากเช่นกันในการสร้างทางรถไฟประวัติศาสตร์สายนี้
จนเรียกกันว่า “ทางรถไฟสายมรณะ” ที่ต่างเปรียบเทียบชีวิตคนที่เสียชีวิต จากการสร้างว่า
“หนึ่งหมอนรองรถไฟต่อหนึ่งชีวิต”
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokที่นี่เป็นทั้งจุดชมวิวที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งและยังเป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย
เมื่อได้เวลาที่รถไฟจะเข้าสถานีถ้ำกระแซ ทั้งนักท่องเที่ยวบนรถไฟขบวนนั้นเอง
และนักท่องเที่ยวที่รอถ่ายรูปตรงบริเวณรางรถไฟ ต่างก็แชะภาพกันรัวๆ
รถไฟขบวนนี้วิ่งช้ามาก เมื่อผ่านช่วงสะพานไม้และทางโค้งของสถานีนี้
ปัจจุบันก่อนที่รถไฟจะเข้าสถานี จะมีเจ้าหน้าที่มาเคลียร์นักท่องเที่ยว ไม่ให้ยืนบนรางรถไฟ
เพื่อป้องกันการเกิดอันตรายต่างๆ ถึงแม้รถไฟจะวิ่งช้าก็ตาม
ทำให้ไม่ต้องรีบร้อนในการถ่ายรูป แต่ควรใช้ความระมัดระวังในการยืนบริเวณนั้นมากกว่า ^^
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokสถานีสุดท้ายที่รถไฟขบวนนี้มาหยุดก็คือ สถานีน้ำตก หรือที่รู้จักกันก็คือ น้ำตกไทรโยคน้อย
ช่วงนี้น้ำบริเวณน้ำตกไทรโยคน้อยมีปริมาณน้อย ผมจึงไม่ได้แวะเที่ยว
แต่ฝั่งตรงข้ามของที่เที่ยวแห่งนี้ มีจุดพักรถ ซื้อของฝากมากมายหลายร้าน
หนึ่งในนั้นผมขอแนะนำ “ไส้อั่ววุ้นเส้น นพรัตน์” ของฝาก OTOP จากเมืองกาญจน์
มี 3 รสให้เลือกซื้อ ได้แก่ ไส้อั่วหมู ไส้อั่ววุ้นเส้น และไส้อั่วผสม ในราคาแพ็คละ 100 บาท
สามารถแช่ตู้เย็นเก็บได้นานเป็นเวลา 1 เดือน หรือจะซื้อทานเลยระหว่างเที่ยวก็ได้ครับ ^^
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokถ้าใครชอบรสเผ็ดหน่อยๆ กลมกล่อม ผมแนะนำ ไส้อั่วผสม
แต่ถ้าใครที่ทานเผ็ดไม่ได้ ต้องลอง ไส้อั่ววุ่นเส้น รสดั้งเดิมเลยครับ
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokแวะเติมพลังท้องกันได้ที่แล้วก็มุ่งหน้าสู่จุดถัดไป ห่างออกไปประมาณ 20 กม.
มีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์
“ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์สถานแห่งความทรงจำ” สถานที่แห่งนี้ดูแลโดยทหาร
ก่อนเข้าต้องแลกบัตรและเสียค่าบำรุงคันละ 40 บาท เปิดเวลา 8.00 – 16.00 น.
kanchanaburi_saiyokมี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์
โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูล ภาพถ่าย
สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ
มินิเธียร์เตอร์ที่มีการฉายภาพยนตร์เงียบ ขาวดำ ซึ่งถ่ายทำจากเหตุการณ์จริง
ในระหว่างการสร้างทางรถไฟสายมรณะ
kanchanaburi_saiyokอีกส่วนหนึ่งเป็นทางเดินตามทางรถไฟช่องเขาขาด-สถานีหินตก
จากด้านหลังของพิพิธภัณฑ์มีบันไดเดินลงไปเส้นทางรถไฟสายมรณะ ซึ่งมีการปรับแต่งพื้นที่
เพื่อให้สามารถเดินชมได้สะดวกขึ้นตั้งแต่บริเวณช่องเขาขาดไปจนถึงสถานีหินตก
มีป้ายอธิบายเป็นระยะๆ การเดินไป-กลับตลอดระยะใช้เวลาไม่เกิน 4.30 ชม.
แต่สามารถเลือกเดินระยะสั้น จากพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ไป-กลับใช้เวลาราว 1.30 ชม.
ทางเดินโรยกรวดก้อนใหญ่แบบทางรถไฟทั่วไป สองข้างทางเป็นป่าไผ่และไม้ใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น
*** ข้อควรระวัง ***
ควรสวมใส่รองเท้าผ้าใบและเตรียมน้ำดื่มไปเองเพราะตลอดทางไม่มีร้านค้าระหว่างทาง
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok“ช่องเขาขาด” เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟสายมรณะ
ตลอดเส้นทางรถไฟมีหลายจุดที่มีเนินหิน ภูเขา หน้าผา หรือหุบเหว ขวางอยู่จึงต้องขุดให้เป็นช่อง
เพื่อที่รถไฟสามารถวิ่งผ่านไปได้ซึ่งที่ช่องเขาขาด เป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดบนเส้นทางนี้
การขุดเจาะช่องเขาขาดใช้เวลานานและล่าช้ากว่ากำหนด โดยงานส่วนใหญ่ล้วนใช้แรงคนทั้งสิ้น
เช่น การสกัดภูเขาด้วยมือ ต้องปีนลงไปสกัดในช่องเขาซึ่งบางช่วงสูงถึง 11 เมตร
ทำงานทั้งช่วงกลางวันที่ร้อนอบอ้าว และช่วงกลางคืนด้วยแสงไฟจากคบเพลิง
ทำให้สะท้อนเห็นเงาของเชลยศึกและผู้คุมบนผนัง ทำให้ที่นี่ได้รับการขนานนามว่า
“ช่องไฟนรก” หรือ “Hellfire Pass” ในภาษาอังกฤษ
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokบางช่วงยังเหลือร่องรอยของทางรถไฟ ไม้หมอน และเหล็กสกัดของเดิมให้เห็น
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางเดิน มีหินรูปทรงพีรามิดสีดำตั้งอยู่
เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ที่ต้องทนทุกข์ทรมานและเสียชีวิต ในช่วงเวลานั้น
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokจุดหมายปลายทางของผมคือ “จุดชมวิวแควน้อย”
ที่เดินเลยจากจุดพีรามิดสีดำมาประมาณ 5 นาที
ที่นี่เมื่อมาถึง ให้ความรู้สึกร่มรื่น มองไปข้างหน้าเห็นต้นไม้เขียวขจี
ถึงแม้ว่าผมไปถึงช่วงบ่าย แต่ก็ยังรู้สึกไม่ได้ร้อนจนเกินไป เพื่อนั่งพักให้หายเหนื่อยและเดินกลับ
จากจุดเริ่มต้นตรงพิพิธภัณฑ์มาถึงจุดชมวิวแควน้อย
ใช้เวลาเดินเท้าไป-กลับ รวมระยะเวลา 1.30 ชม. พอดี ><
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokผ่านเรื่องเครียดๆกับประวัติอันแสนเศร้ามามากพอแล้ว เด็กๆเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา
หลังจากใช้พลังงานไปมากในช่วงที่แล้ว และได้มาที่ร้านอาหารและของฝากขึ้นชื่อ
“ครัวแม่สมสอง หมูพะโล้แดดเดียว” เป็นทั้งร้านอาหารที่เปิดตั้งแต่ 8.00 – 21.00 น.
และขายของฝากสินค้า OTOP ขึ้นชื่ออีกอย่างนั่นก็คือ หมูพะโล้แดดเดียว เจ้าแรกและเจ้าเดียว
ถ้ามาจากทางช่องเขาขาด ร้านอยู่เลยน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 1 กม. ฝั่งเดียวกับน้ำตกไทรโยคน้อย
แต่ถ้ามาจากทางถ้ำกระแซหรือตัวเมืองกาญจน์ ร้านจะอยู่ถึงก่อนน้ำตกไทรโยคน้อย
ตั้งอยู่เยื้องตรงข้ามสถานีอนามัยท่าเสา มีป้ายด้านหน้าเห็นชัดเจน
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokหมูพะโล้แดดเดียว ของฝากที่การันตีรางวัลระดับ OTOP มากมาย
และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการชนะเลิศระดับประเทศด้านการถนอมอาหารในปี 2541
อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ยังได้ออกรายการครัวคุณต๋อยด้วยนะครับ
ราคาถุงเล็ก ถุงละ 100 บาท ถุงใหญ่ ถุงละ 250 บาท สามารถเก็บได้นาน 3 เดือน
เนื้อหมูที่ใช้คุณภาพดีเป็นหมูส่วนสะโพกหมักกับเครื่องพะโล้ทิ้งไว้ 1 ชม.
และนำไปตากแดดอีก 5 ชม. ก่อนที่จะมาทอดด้วยไฟอ่อนๆไล่เรียงขึ้นมา
จนเป็นของฝากขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดเมื่อผ่านมาแถวนี้
บอกไว้เลยว่าถ้าจะหาซื้อมีขายที่นี่ที่เดียว ที่ร้านครัวแม่สมสอง เท่านั้นครับ
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokเมื่อเด็กๆอิ่มท้องแล้ว ขับรถย้อนกลับมาทางเดิมเพื่อมาชมอีกหนึ่งสถานที่ที่แปลกตา
และผมเองเพิ่งจะรู้ว่าตั้งอยู่ที่ไทรโยค นั่นก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์
เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ต่างชาติ 40 บาท รถยนต์ 50 บาท
kanchanaburi_saiyok“ปราสาทเมืองสิงห์” มีจุดมุ่งหมายสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายาน
มีสถาปัตยกรรมและปฏิมากรรมคล้ายคลึงกับของขอม จากศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์
เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชา ซึ่งจารึกชื่อเมือง 23 เมือง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างไว้
มีเมืองชื่อ ศรีชัยสิงห์บุรี ซึ่งสันนิษฐานกันว่า คือ เมืองปราสาทเมืองสิงห์ นี่เอง
แต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมืองสิงห์ได้มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่าน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5
ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล ดังนั้นจึงยุบเมืองสิงห์
ให้เหลือเป็นฐานะเพียงตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี
kanchanaburi_saiyokสถานที่นี้มีระบบนำชมแบบพึ่งพาตนเองด้วย QR Code เพียงแค่นำมือถือสแกนตามจุดต่างๆ
ก็จะมีประวัติในแต่ละสถานที่ขึ้นมาให้ฟังให้ชมเรียนรู้กัน โดยมีมากมายหลายภาษา
ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างชาติ งานนี้ฟรีนะครับไม่เสียค่าอะไรทั้งสินยกเว้น 4G
kanchanaburi_saiyokที่นี่มีโบราณสถาน 4 ที่ และหลุมขุดค้นทางโบราณคดี 1 ที่
ผมจะเริ่มที่ โบราณสถานหมายเลข 2 ที่ตั้งอยู่ด้านข้างโบราณสถานหมายเลข 1
เป็นปราสาทซึ่งมีขนาดเล็กกว่า สภาพค่อนข้างชำรุดมาก
ตัวปราสาท ตั้งอยู่บนฐานเขียง รูปสี่เหลี่ยม ลดหลั่นกัน 2 ชั้นบริเวณด้านหน้ามีลานกว้าง
ก่อนเข้าสู่โคปุระ (ซุ้มประตู) ด้านหน้า บริเวณด้านซ้ายและด้านขวาหลังโคปุระเป็นระเบียงคด
จากการบูรณะได้มีการค้นพบประติมากรรม และแท่นฐาน วางเป็นแนวตามระเบียงคดจำนวนมาก
ส่วน โบราณสถานหมายเลข 3 ปรากฏเหลือเฉพาะส่วนฐาน ซึ่งมีขนาดเล็กก่อด้วยศิลาแลง
และ โบราณสถานหมายเลข 4 จะเหลือเฉพาะแนวก่อของศิลาแลงเท่านั้น
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokโบราณสถานหมายเลข 1 เป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นและสมบูรณ์กว่าโบราณสถานจุดอื่น
ตั้งอยู่บริเวณใจกลางด้านหน้าของตัวเมือง มีชานศิลาแลงรูปกากบาทอยู่ด้านหน้าปราสาท
ถัดไปเป็นกำแพงแก้วล้อมรอบปราสาทและประตูกำแพง
ภายในกำแพงแก้วบริเวณด้านหน้าปราสาทเป็นลานศิลาแลงซึ่งต่อกับโคปุระ
ต่อเนื่องไปกับระเบียงคดซึ่งล้อมรอบตัวปราสาท ส่วนใจกลางคือ ปราสาทประธาน
ซึ่งตั้งอยู่บนฐานปัทม์รูปสี่เหลี่ยม มีมุขยื่นออกไปทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดของเรือนธาตุได้ทลายลงไป
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokเป็นภาพที่แปลกตาที่เห็นปราสาทรูปแบบขอมตั้งอยู่ที่กาญจนบุรี
สถานที่แห่งนี้เมื่อก้าวเข้ามาแล้วรู้สึกถึงความขลัง มีมนตร์เสน่ห์
ส่วนเรื่องของความปราณีตนั้นผมว่าพอๆกับปราสาทพนมรุ้งเลยก็ว่าได้
เพียงแต่ที่นี่มีขนาดที่เล็กกว่า
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokภายในปราสาทประธานเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ซึ่งตั้งอยู่ด้านในตรงกลางปราสาท
kanchanaburi_saiyokบริเวณภายในปราสาทยังมีบรรณาลัยตั้งอยู่ด้านหน้าติดกับระเบียงคด
ซึ่งเป็นที่เก็บตำรา หรือคัมภีร์ต่างๆในสมัยก่อน
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokก่อนกลับผมได้แวะอีกหนึ่งที่เที่ยว ที่จำลองขึ้นมาเพื่อให้ได้บรรยากาศย้อนยุค
เพียงขับรถผ่านจะเห็นประตูเมืองขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า

“เมืองมัลลิกา ร.ศ.124” เป็นเมืองย้อนยุคของวิถีชีวิตชาวสยามบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 วิถีชีวิตของชาวสยามในยุค ร.ศ.124 มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย
ที่เด่นชัดคือ การประกาศเลิกทาส เมื่อทาสได้รับความเป็นไท
พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่อาศัยและทำมาหากินด้วยตนเอง
ต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอด พึ่งตนเอง และอยู่ร่วมกับคนทุกหมู่เหล่า
การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเหล่านี้นับเป็นรากเหง้าสำคัญของคนไทยในยุคปัจจุบัน
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokเปิดเวลา 9.00 – 20.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 100 บาท
แต่ถ้าเข้าหลัง 17.30 น. ราคาจะปรับลดลง เป็นผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก ฟรี
แต่เวลาช่วงนี้ร้านค้าจะปิดไปแล้วค่อนข้างมาก ถ้าใครมาเน้นแต่ถ่ายรูปเล่น
ต้องการคนน้อยๆ ผมแนะนำเลยครับว่าเข้าหลัง 17.30 น. จะฟินสุดๆ ^^
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ใครมาที่นี่ไม่ควรพลาดคือ เช่าชุดแต่งกายย้อนยุค
ราคาชุดแต่งกายผู้หญิง มีให้เลือก 2 แบบ
ราคา 200 บาท : ผ้าสไบ โจงกระเบน เครื่องประดับ เข็มรัด และร่ม
ราคา 300 บาท : เสื้อแขนหมูแฮม พร้อมแพรสะพาย โจงกระเบน เครื่องประดับ เข็มขัด และร่ม
ราคาชุดแต่งกายผู้ชาย มีให้เลือก 2 แบบ
ราคา 100 บาท : เสื้อกุยเฮง โจงกระเบน และผ้าคาดเอว
ราคา 300 บาท : เสื้อราชปะแตน โจงกระเบน
ราคาชุดแต่งกายของเด็ก
ราคา 50 บาท : เสื้อคอกระเช้าสำหรับผู้หญิง เสื้อกุยเฮงสำหรับผู้ชาย และโจงกระเบน
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokและเพื่อความเสมือนจริง ต้องนำเงินไปแลกเป็นเงินรูเพื่อใช้จับจ่ายด้านในด้วยครับ
อัตราการแลกเงินรู : 1 สตางค์ = 5 บาท
kanchanaburi_saiyokพร้อมแล้วก็…ยินดีต้อนรับสู่ เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ขอรับ ^^
เมื่อเข้ามาจะพบกับสะพานหันที่พาดข้ามคลองที่มีขายผลไม้แห้งต่างๆ นานาชนิด
พ่อค้าแม่ค้าในเมืองมัลลิกานี้ ทุกคนจะพูดด้วยภาษาโบราณ (แต่ไม่หยาบคาย)
เช่น เจ้าคะ/ขอรับ ลงท้ายเสียง รวมถึงการแต่งกายที่สอดคล้องกับยุคสมัย
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokย่านการค้า มีทั้งขนมโบราณสมัยก่อนที่ทำสดๆให้ได้ชมกัน
รวมถึงตึกบริเวณนี้ได้มีรูปแบบที่จำลองมาจากของจริงอย่าง ถนนแพร่งนรา
ถนนแพร่งภูธร ถนนแพร่งสรรพศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นย่านการค้าที่ขึ้นชื่อ
มีสินค้ามาก และทันสมัยในช่วงยุคสมัย ร.ศ.124
และยังมีหอชมเมือง ที่จำลองมาจากหอคอยคุก ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางของเมืองมัลลิกา
ใช้สำหรับชมความสวยงามของเมืองมัลลิกาแห่งนี้
kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyok kanchanaburi_saiyokเรือนคหบดี เป็นการจำลองเรือนไทยขนาดใหญ่ที่แสดงวิถีความเป็นอยู่ของชนชั้นปกครอง
ซึ่งมีกิจกรรมบนเรือน เช่น งานใบตอง งานดอกไม้ งานแกะสลักผลไม้
งานเหล่านี้จะใช้จริงในเมืองมัลลิกา
kanchanaburi_saiyokเด็กๆต่างสนุกสนานกับกิจกรรมที่จัดขึ้นในเมืองมัลลิกา
ไม่ว่าจะเป็นการขูดมะพร้าว หรืองานใบตอง อย่างน้อยครั้งหนึ่ง
เค้าก็เคยได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนยุคก่อนมาแล้วในเมืองแห่งนี้
kanchanaburi_saiyokผมขอแนบเส้นทางสถานที่ต่างๆที่ผมได้ไปเที่ยวมาภายใน 1 วัน
ของอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี สามารถเสิร์ชหาได้จาก Google Map
แล้วปักพิกัดเพื่อเริ่มต้นเดินทางในวันหยุดนี้กันได้เลย ^^
kanchanaburi_saiyokช่วงเวลานั่งไทม์แมชชีนย้อนอดีต กำลังจะหมดลง เพื่อกลับเข้าสู่โลกปัจจุบัน
ทริปสั้นๆในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ เพียง 1 วัน แค่นี้ก็ทำให้หลานๆของผม
ได้เรียนรู้ประสบการณ์นอกห้องเรียน ได้เห็นของจริงที่นอกเหนือจากตำรา
รวมถึงได้ไปเที่ยวพร้อมหน้ากันในช่วงเวลาวันหยุดสั้นๆแบบนี้
ขอบคุณชาวบ้านที่น่ารักเมืองกาญจนบุรี ที่ต้อนรับ ยิ้มแย้มตลอดทาง
ขอบคุณเจ้าตัวน้อยหลานๆที่น่ารัก ที่ร่วมสนุกเฮฮา ร่วมป่วนในทริปนี้
ขอบคุณวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ที่ทำให้ผมได้ไปชาร์ตแบตแล้วพร้อมที่จะกลับมาทำงานต่อไป
สุดสัปดาห์นี้อย่าลืมเพิ่มลิสต์ของอำเภอไทรโยคเข้าไปในแผนเที่ยวนะครับ ^^
เก็บเป๋าหนีกรุงไปเที่ยวกาน…
kanchanaburi_saiyokใครมีคำถามสงสัยตรงไหน สามารถสอบถามได้ทาง blog รีวิวนี้
หรือในเพจของผมก็ได้ http://www.facebook.com/Nejuphoto
ขอบคุณทุกท่านที่ตามอ่านกระทู้รีวิวนี้จนจบ… ^^

Comments

comments

Related Articles

Shares
/* ]]> */